หากค่า Sharpe Ratio คือราชาแห่งการวัดผลตอบแทนเทียบกับความผันผวนรายวัน ค่า Calmar Ratio ก็คือผู้พิทักษ์ประตูที่คอยวัดความคุ้มค่าของระบบเทรดเมื่อเปรียบเทียบกับภัยพิบัติสูงสุดที่พอร์ตเคยเผชิญ นั่นคือ Maximum Drawdown (การติดลบสะสมสูงสุด) นักลงทุนสถาบันจะใช้ตัวเลขนี้ในการคัดเลือกกลยุทธ์เพื่อดูว่า ระบบใดสามารถสร้างกำไรคำโตได้จริงโดยที่ไม่ต้องปล่อยให้พอร์ตเสียหายหนักหนาสาหัสในระหว่างทาง

สูตรคำนวณหาค่า Calmar Ratio

\(Calmar\ Ratio=\frac{\text{\ (Annualized\ Return)}}{\text{\ (Maximum\ Drawdown)}}\)

ตัวอย่างการประเมินเพื่อเลือก

กลยุทธ์

สมมติคุณมี

กลยุทธ์ระบบเทรดอยู่

2 รูปแบบที่กำลังพิจารณานำเงินจริงไปวิ่งรันในตลาด

กลยุทธ์ที่ 1

ทำกำไรเฉลี่ยต่อปีได้สูงถึง 60% แต่ช่วงที่ตลาดเกิดวิกฤต บอทเคยทำพอร์ตติดลบลากยาวลงไปลึกถึง 30% (คิดค่า Calmar = \(60 / 30 = 2.0\))

กลยุทธ์ที่ 2

ทำกำไรเฉลี่ยต่อปีได้น้อยกว่า อยู่ที่ 30% แต่บอทคุมความเสี่ยงได้นิ่งสนิท เคยทำพอร์ตติดลบสะสมสูงสุดเพียง 5% เท่านั้น (คิดค่า Calmar = \(30 / 5 = 6.0\))ตามหลักการกระจายเงินทุนและคณิตศาสตร์คุมเสถียรภาพพอร์ต นักลงทุนสายโปรจะเลือก กลยุทธ์ที่ 2 เสนอ เนื่องจากมีค่า Calmar Ratio สูงถึง 6.0 บ่งบอกว่าระบบสามารถทำกำไรได้เป็นจำนวนหลายเท่าตัวเมื่อเทียบกับความเสี่ยงจริงที่ระบบปล่อยให้เงินทุนเสียหาย การทำระบบจัดหมวดหมู่และกรองพอร์ตด้วยตรรกะ Calmar Ratio จะช่วยการันตีความปลอดภัยและสร้างการเติบโตแบบทบต้นให้พอร์ตโฟลิโอของคุณได้อย่างยั่งยืนยาวนาน