เวลาที่เราเห็นกราฟขยับขึ้นหรือลง 1 แท่งเทียน นั่นไม่ใช่เวทมนตร์ แต่เป็นผลลัพธ์สูงสุดของโครงสร้างภายในที่เรียกว่า Market Microstructure (โครงสร้างจุลภาคของตลาด) ซึ่งศึกษาเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ วิธีการจับคู่คำสั่ง และพฤติกรรมของสภาพคล่อง (Liquidity) ที่อยู่ในระบบสารสนเทศของตลาดหลักทรัพย์และกระดานเทรดระดับสากลฟันเฟืองหลักในการขยับราคา: Order Book และ Liquidity Poolsเบื้องหลังหน้าจอเทรดจะมีกระดานจับคู่คำสั่งค้างคาไว้แบ่งเป็น
2 ฝั่งหลัก
Limit Orders (Passive Liquidity): คำสั่งตั้งรับซื้อหรือตั้งรับขายที่ระบุราคาแน่ชัด คิวคำสั่งเหล่านี้จะพูนหนาซ้อนกันเป็นชั้นๆ เปรียบเสมือนกำแพงหินขวางราคาเอาไว้ หากกำแพงฝั่งไหนหนา ราคาจะวิ่งผ่านไปได้ยากMarket Orders (Active Liquidity): คำสั่งประเภทกดซื้อขายทันที ณ ราคาปัจจุบัน (กวาดราคาขวา) คำสั่งประเภทนี้เปรียบเสมือน "ระเบิด" ที่วิ่งเข้าชนกำแพงหิน หากมีแรงกด Market Order ปริมาณมหาศาลวิ่งเข้าชน กำแพงหินฝั่งนั้นจะพังทลายลง และส่งผลให้ราคากระโดดขยับตัวข้ามช่องราคาขึ้นหรือลงทันทีทำไมถึงเกิดราคาเหวี่ยงแรง (Slippage)?หากสินทรัพย์ใดมีโครงสร้าง Market Microstructure ที่ย่ำแย่ สภาพคล่องเบาบาง (กำแพงคิวสั้น) เมื่อเกิดแรงซื้อก้อนใหญ่เข้ามา ราคาจะเกิดอาการเหวี่ยงกระโดดข้ามช่องอย่างรุนแรง ทำให้เราได้ราคาที่แย่กว่าความเป็นจริง (Slippage) การเข้าใจโครงสร้างกลไกเชิงลึกนี้จะช่วยให้นักเทรดสามารถเลือกเทรดเฉพาะในสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องหนาแน่น (High Liquidity) และช่วยหลีกเลี่ยงการส่งคำสั่งซื้อขายในช่วงเวลาที่ตลาดมีความเปราะบางสูงเพื่อปกป้องเงินทุนของตัวเอง