ข้อผิดพลาดส่วนใหญ่ของคนที่เข้ามาลงทุนในระบบ Copy Trading คือการนำเงินทุนทั้งหมดที่มีไปกดติดตาม Master (นักเทรดต้นแบบ) เพียงคนเดียว เพราะเห็นว่าเขามีผลตอบแทนย้อนหลังสวยหรู แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ Master คนนั้นเจอช่วงสภาวะตลาดไม่เป็นใจและพอร์ตเสียหาย เงินทุนของคุณก็เสี่ยงที่จะพังทลายไปด้วย กลยุทธ์ที่ดีที่สุดคือการทำ Portfolio Allocation หรือการจัดพอร์ตกระจายความเสี่ยงเลียนแบบกองทุนรวม
สูตรการจัดพอร์ตแบบ
3 มิติเพื่อความเสถียร
แบ่งเงินทุนของคุณออกเป็น
3 ส่วนหลัก แล้วเลือกกดติดตาม Master ที่มีสไตล์ตรงตาม
โครงสร้างดังนี้
ส่วนที่ 1: เสาหลักปลอดภัย (50% ของทุน): เลือก Master สาย Swing Trade หรือ Position Trade ที่เน้นรันเทรนด์ยาว มีค่า Max Drawdown ต่ำกว่า 15% กลุ่มนี้จะช่วยให้พอร์ตหลักเติบโตอย่างมั่นคงส่วนที่ 2: เครื่องจักรผลิตเงินสด (30% ของทุน): เลือก Master สาย Scalping หรือ Day Trade ที่เทรดสั้นจบในวัน กลุ่มนี้จะช่วยสร้างกระแสเงินสด (Cash Flow) กลับเข้าพอร์ตอย่างสม่ำเสมอในทุกสัปดาห์ส่วนที่ 3: สายซิ่งสร้างกำไรเพิ่ม (20% ของทุน): เลือก Master สาย Aggressive หรือใช้ระบบ Grid ที่มีอัตราผลตอบแทนสูงแต่ยอมรับความเสี่ยงได้มากขึ้นเพื่อเร่งการเติบโตของพอร์ตการกระจายเงินทุนในลักษณะนี้จะช่วยให้พอร์ตรวมของคุณไม่บอบช้ำในวันที่ตลาดผันผวน เพราะเมื่อ Master สายรันเทรนด์ตกรถในช่วงตลาดไซด์เวย์ คุณจะยังมี Master สายเทรดสั้นคอยทำกำไรชดเชยให้ พอร์ตของคุณจึงเติบโตได้อย่างยั่งยืนไร้รอยต่อ