นักเทรดมือสมัครเล่นมักจะตื่นเต้นกับระบบเทรดที่สร้างผลตอบแทนได้สูงๆ เช่น ทำกำไรได้ 100% ในเวลาอันสั้น แต่นักลงทุนสถาบันหรือกองทุนระดับโลกจะมองลึกกว่านั้น โดยพวกเขาจะตั้งคำถามว่า "กำไรที่ได้มานั้น ต้องแลกกับความเสี่ยงที่สูงจนพอร์ตแทบพังด้วยหรือไม่" เครื่องมือสากลที่ใช้ตอบคำถามนี้คือ Sharpe RatioSharpe Ratio คือ อัตราส่วนทางการเงินที่ใช้วัดผลตอบแทนส่วนเพิ่มของพอร์ตลงทุน เมื่อเปรียบเทียบกับความผันผวนหรือความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ยิ่งค่านี้สูง เท่ากับว่าระบบเทรดนั้นสามารถสร้างกำไรได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยมีความเสี่ยงต่ำเกณฑ์การอ่านค่า Sharpe Ratio สำหรับระบบเทรด:ต่ำกว่า 1.0: ระบบเทรดมีความเสี่ยงสูงเกินไปเมื่อเทียบกับกำไรที่ได้ ไม่คุ้มค่าในการลงทุน1.0 - 1.9: ระบบเทรดอยู่ในเกณฑ์ดี ถือเป็นมาตรฐานของนักเทรดทั่วไป2.0 - 2.9: ระดับดีเยี่ยม (Very Good) เป็นค่าเฉลี่ยของกองทุนเฮดจ์ฟันด์ชั้นนำ3.0 ขึ้นไป: ระดับยอดเยี่ยมขั้นเทพ (Exceptional) ระบบมีความเสถียรสูงมาก ขาดทุนน้อยแต่กำไรสม่ำเสมอ

การนำไปใช้พัฒนาพอร์ต

เมื่อคุณทำการ Backtest ระบบเทรด ให้ดูค่า Sharpe Ratio ควบคู่กับเปอร์เซ็นต์กำไรเสมอ หากระบบ A ทำกำไรได้ 50% แต่มี Sharpe Ratio อยู่ที่ 0.5 ขณะที่ระบบ B ทำกำไรได้ 30% แต่มี Sharpe Ratio อยู่ที่ 2.0 นักเทรดมือโปรจะเลือกระบบ B เสนอ เพราะระบบ B จะช่วยให้พอร์ตเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาวโดยไม่ทำให้ผู้เทรดต้องเผชิญกับสภาวะเครียดจากความผันผวนรุนแรง